เราควรกลัวโควิด หรือกลัวความกลัวของตัวเอง


ทำไมเราถูกทำให้กลัวโควิดมาก ทั้งๆที่รักษาหายได้ถึง 99% มัลดีฟมีเคสติดโควิด 13,867 ราย รักษาหายได้ 13,191 ราย ตาย 48 คน และอัตราการรักษาหายได้ 95% โลกและเรากำลังเดินหลงทาง เป็นทางเดินที่ทำร้ายเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชนสาหัส ขอท่านนายก และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่สามารถกลับไปสู่การ ล๊อคดาวน์ หรือแม้แต่การกักตัวคนไม่ป่วย มันไม่สมเหตุผลทั้งปวง ..

การพบการติดเชื้อ ปัจจุบันของไทย บางกรณีรักษาหายได้ใน 4 วันด้วยซ้ำ อัตราการรักษาหายได้สูงถึง 90% โควิดมีความรุนแรงน้อยกว่าไข้หวัดใหญ่* (worlddoctorsalliance.com) .. ในประเทศที่ไม่มีการล๊อคดาวน์อย่างสวีเดน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ เบลารุส ทำได้ดีในแง่มีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร และยังมีภูมิคุ้มกันหมู่ และคงความสมบูรณ์ของระบบเศรษฐกิจไว้ได้ การที่เรายึดกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ โดยไม่แถลงให้ประชาชนเห็นถึงความก้าวหน้าในการรักษาหายได้เร็ว และความไม่รุนแรงของโลก ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ข้อมูลจากคณะแพทย์พันธมิตรโลก (worlddoctoralliance) กล่าวว่า การที่มีตัวเลขแสดงการติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ถือว่าไม่ถือเป็นการมีเคส (หรือมีผู้ป่วย) การกักกันประชาชนเป็นการขัดขวางการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นเรื่องไม่สมเหตุผลและทำให้ประชาชนอ่อนแอ • การใช้ชุดตรวจ PCR ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้เนื่องจากมันไม่มี "มาตรฐาน" สำหรับการตรวจเพราะตัวเชื้อไวรัสยังไม่ได้ถูกทำให้บริสุทธิ์ •ชุดตรวจ PCR ไม่สามารถตรวจจับปริมาณไวรัสได้ และมีแนวโน้มที่จะเกิดผลบวกปลอม . ผู้นำแต่ละประเทศที่ไม่คำนึงถึงความสมเหตุผล ล้วนทำตามๆ กัน ทั้งที่เห็นแล้วว่า การล๊อคดาวน์นั้นส่งผลเสียหายร้ายแรงแค่ไหนต่อประเทศและต่อประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจและจิตใจ .. ที่ประเทศอเมริกา การตัดสินใจล๊อคดาวน์หรือไม่อยู่ในอำนาจของผู้ว่าการรัฐ รัฐแคลลิฟอร์เนียร์ มีการล๊อคดาวน์ รัฐฟลอริด้า ไม่ล๊อคดาวน์ ผลที่เกิดคือ แคลลิฟอร์เนียร์ – มีเศรษฐกิจย่ำแย่ มีอัตราการว่างงานสูง ผู้คนหดหู่ สิ้นหวัง ฟลอริด้า - เศรษฐกิจแข็งแรง อัตราการว่างงานต่ำ และมีอัตราการติดโรคตายจากโรคต่ำ แม้กระทั่งในหมู่ผู้สูงวัยก็มีการเสียชีวิตต่ำ เมื่อเทียบกับรัฐแคลลิฟอร์เนียร์ ฟลอริด้าเป็นรัฐที่ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข เมื่อจิตใจเป็นสุข ก็ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงด้วย ที่ฟลอริด้า เป็นรัฐที่เปิดให้มีการเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับรัฐอื่นๆ เช่น นิวยอร์ค วอชิงตัน โอเรก้อน ที่มีการล๊อคดาวน์ ธุรกิจจำนวนมากล้มละลาย มีอัตราอาชญกรสูง มีโรคซึมเซาและการฆ่าตัวตายสูง ประเทศสวีเดน ไม่เคยล๊อคดาวน์ มีเคสน้อยกว่าอังกฤษ

การรักษาเศรษฐกิจไว้ได้ คือการรักษาเสถียรภาพของประเทศ .. เราไม่สามารถแยกเศรษฐกิจออกจากความเป็นประเทศ เศรษฐกิจคือฐานสำคัญยิ่งของประเทศ หากมีการกู้เงินจนไม่สามารถใช้หนี้ได้ เสถียรภาพทางเงินของชาติจะล่มสลาย ประชาชนสิ้นหวัง ไม่มีทางออกจากวังวนของหนี้สิน ทำการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวย่อยยับ นำไปสู่การฆ่าตัวตายสูง สำหรับประเทศไทย ศคบ.ควรต้องแถลงเพื่อลดความตระหนกของประชาชนรายละเอียดด้านบวกว่า ดังนี้ว่า .. 1. มีผู้ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ แสดงว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นมาได้หรือไม่ 2. แถลงเปอร์เซ็นต์การรักษาหายได้เร็วขึ้นมาก 3. หยุดความแตกตื่นต่อความกลัวของโรคนี้ต่อประชาชน เพราะทำให้สาธารณสุขต้องทำงานหนักเกินไป 4. การไม่ให้ความรู้ที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริหารประเทศออกนโยบาย ล๊อคดาวน์หรือกึ่งล๊อคดาวน์ ที่ทำร้ายชีวิตและเศรษฐกิจของชาติใหญ่หลวง 5. ผู้ที่มีเชื้อและมีอาการน้อย ควรรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ให้มีเฉพาะผู้ที่มีอาการมากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

เราจะเดินตามๆ กันไปในวิธีการรับมือกับโควิด ทั้งๆที่มีแต่ความเสียหายออเนกอนันต์ ไม่ว่าจะคิดมุมไหนก็ไม่สมเหตุผล ประเทศที่กล้าหาญเช่น มัลดีฟ ที่อยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว ทำอย่างไร? มัลดีฟเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ไม่ต้องกักตัว เพียงแสดงผลตรวจว่าไม่มีโควิด มัลดีฟมีเคสโควิด 13,867 ราย รักษาหายได้ 13,191 ราย มีผู้ป่วยตาย 48 คน คิดเป็นจำนวนผู้ตายจากโควิด 0.0036% ของผู้ป่วย และอัตราการรักษาหายได้ 95% . ตามข้อมูลของ CDC ( Center for Disease Control) อัตราการอยู่รอดจากโรคโควิดสูงถึง 99.99% โรคหัวใจและมะเร็ง คร่าชีวิตคนตายมากกว่าโควิด ประชาชนไม่มีความรู้ว่า โควิดก็เหมือนไข้ตัวหนึ่ง ใครติดก็ไปกักตัวรักษา ใครมีอาการน้อยให้เก็บตัวรักษาที่บ้าน ใครมีอาการมากจึงเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อลดความแออัดของระบบสาธารณสุข .. หากเรายังอยู่บนความกลัวเกินจริง รัฐไม่มองความจริงอีกด้านหนึ่ง เราจะมีชีวิตอยู่บนลมหายใจของความสิ้นหวัง .. อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล 5 มกราคม 2021