ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่ถึง 1%


ช่วยกันอ่านและช่วยกันแชร์ เพื่อเดินออกจากความกลัว ก่อนที่ชีวิตจะไม่เหลืออะไร "นี่ถ้าไม่ตรวจเจอว่าเป็นโควิด คงคิดว่าตัวเองติดหวัดธรรมดาจริงๆแหละนะ" จากคำบอกเล่าของผู้ติดเชื้อ Alice Areeyakun WHO ยืนยัน 80% ผู้ติดเชื้อมีอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง 15% เท่านั้นมีอาการรุนแรง ส่วนใหญ่รอดชีวิต .. == บันทึกครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อฉันติดโควิด 19" "ที่ยุโรปส่วนใหญ่ จะใช้วิธีให้กักตัวดูอาการอยู่ที่บ้านแล้วรอให้หายเอง ไม่ได้มีหมอ พยาบาลดูแลใกล้ชิดเหมือนที่ไทย"

.. “จุดประสงค์เพื่อแบ่งปันอาการโควิดจากประสบการณ์ตัวเอง ไม่มีจุดประสงค์เพื่อตำหนิหรือกล่าวโทษใครค่ะ เคสเราเป็นเคสที่แสดงอาการไม่เยอะแถมเหมือนติดหวัดธรรมดา.... เบื้องต้น รับเชื้อมาวันที่ 26 ธันวา จากการไปกินข้าวกัน 6 คน 2 ใน 6 มีโควิดแต่ไม่แสดงอาการ เราไปกินข้าวไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกะ 2 คนนั้นเลย แต่อาจจะติดตอนใช้ของบนโต๊ะร่วมกัน ซึ่งเค้าตรวจเจอวันที่ 30 ธันวา เราไปตรวจ 30 ธันวาผลเป็น inconclusive (สรุปไม่ได้) อีก 2 คนที่ไปกินข้าวด้วยกันไปตรวจแล้วผลเป็นบวก เราเลยไปตรวจใหม่วันที่ 1 มกราผลออกมาเป็นบวกเด้อจ้า ไม่รอด หึหึ ต้องบอกก่อนว่าที่ยุโรปส่วนใหญ่ จะใช้วิธีให้กักตัวดูอาการอยู่ที่บ้านแล้วรอให้หายเอง ไม่ได้มีหมอ พยาบาลดูแลใกล้ชิดเหมือนที่ไทยนะ แล้วก็ไม่มียาอะไรทั้งนั้น เพราะคำว่ากักตัวคือออกไปไหนไม่ได้จ้า ไปร้านยาไม่ได้จ้า อยู่ในห้อง เอาตัวรอดตามยาที่มีเก็บไว้นะฮ่ะ

พอผลตรวจว่าติดโควิด เราตรวจวันที่ 1 มกรา ผลออกวันที่ 2 มกรา ก็จะมีคนโทรติดต่อมา ที่นี่ดีตรงที่เค้าจะมีเบอร์โทรผูกไว้กับรหัส CPR อารมณ์เลขบัตรประชาชนของไทย ซึ่ง staff ที่โทรมาเค้าจะถามว่าใน 3 วันที่ผ่านมาเราได้ไปไหนมาบ้าง ติดต่อใครบ้าง โชคดีที่จากวันที่ 26 ธันวา จนถึง 31 เราเจอแค่คนเดียว เค้าเลยบอกให้เราแจ้งคนนั้นให้ไปตรวจ หลังจากนั้นเค้าก็จะบอกให้เรากักตัวในห้องจากวันที่ 1 มกราไปจนถึงวันที่ 8 มกรา ในกรณีที่เราไม่มีอาการใดๆ แต่ถ้าเรามีอาการ ให้กักตัวต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีอาการอะไรเลยอีก 48 ชม. (2 วันหลังจากไม่มีอาการ) โดยเราสามารถออกไปข้างนอกได้ไม่ต้องตรวจซ้ำ

วิธีการตรวจ ที่นี่ใช้วิธี swab ตรงในลำคอ คือให้เราอ้าปากแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมออกเสียง R หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้แท่งสำลียาวๆแหย่เข้าไปตรงคอแล้วค้างไว้ประมาณ 3 วิ เสร็จแล้วค้า ไม่เจ็บซักนิด

-- สรุปอาการรายวัน -- 30 ธันวา เริ่มมีอาการเจ็บคอ แต่ไม่มีอาการอย่างอื่น 31 ธันวา ผลตรวจออกว่าเป็น Inconclusive คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วง Incubation (หรือระยะฟักตัว) อาการเจ็บคอยังอยู่ 1 มกรา ตื่นเช้ามาเริ่มรู้สึกเพลีย เจ็บคอ ไปตรวจรอบ 2 2 มกรา ผลออกว่าเป็น Positive มีอาการเจ็บคอเยอะขึ้น เริ่มใช้น้ำเกลือกลั้วคอ ไม่ค่อยมีแรง แต่ไม่มีไข้ ไม่ไอ 3 มกรา เจ็บคอเหมือนเดิม มีอาการปวดตามข้อ เช่นข้อมือ ข้อศอก วันนี้พยายามพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำอุ่นๆ 4 มกรา เจ็บคออยู่ แต่ไม่มีไข้ ไม่ไอ อัตราการเต้นหัวใจปรกติ ตอนเย็นๆเริ่มมีน้ำมูก 5 มกรา วันนี้เริ่มกินไม่รู้รสชาติ ได้กลิ่นน้อยลง เจ็บคอน้อยลง แต่น้ำมูกเยอะขึ้น เริ่มจามบ่อยแต่ยังไม่มีไข้ วันนี้ต้มน้ำขิงกินสดๆได้เลยไม่ต้องใส่น้ำตาล เพราะไม่รู้รสชาติแล้ว 5555 ถือโอกาสกิน healthy ไปเลยละกัน วันนี้มีคนจากโรงพยาบาลโทรมา follow up อาการว่าเป็นไงบ้าง ก็เลยเล่าอาการไปตามจริง 6 มกรา เช้านี้ตื่นมาวัดไข้ เพราะเริ่มรู้สึกหนาวแต่ก็ไม่มีไข้ อาจจะมโนว่าหนาวไปเองเพราะเห็นหิมะตกที่นอกหน้าต่าง 555 (ใช่เหรอ) อาการลิ้นไม่รู้รสวันนี้หนักกว่าเมื่อวานไปอีก รับรู้กลิ่นก็น้อยลง อาจจะเพราะมีน้ำมูกด้วย แล้วก็รู้สึกเหนื่อยเพลียลุกไม่ขึ้น เช้านี้กินวิตามินทุกอันที่มีอยู่อัดไปอีกรอบ พร้อมลาป่วย 1 วัน....วันนี้ไม่มีไข้ ไม่ไอ จ้า .. 7 มกรา เช้านี้ตื่นมารู้สึกเหมือนอาการดีขึ้น ยังมีอ่อนเพลียบ้าง แต่อาการเจ็บคอน้อยลง น้ำมูกไม่มีแล้ว ไม่มีไข้ ไม่ไอ อาการกินไม่รู้รสชาติยังมีอยู่ คือกินเพราะหิวไม่ใช่กินเพราะอร่อย 5555 รอลุ้นกันต่อไปจ้า แต่ยังกักตัวต่อไปถึงวันที่ 10 มกรานะ 8 มกรา วันนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมาก ไม่เจ็บคอแล้ว น้ำมูกก็หยุดไหลแล้วด้วย ไม่มีไข้ ไม่ไอ ตอนนี้เหลือแค่อาการเดียวที่ยังเป็นคือการกินไม่รู้รส แล้วก็ได้กลิ่นน้อยลง นี่ถ้าไม่ตรวจเจอว่าเป็นโควิดคงคิดว่าตัวเองติดหวัดธรรมดาจริงๆแหละนะ

มีเพื่อนๆถามมาหลายคนว่าอาการกินไม่รู้รสคือยังไง เผื่ออยากไปลองดูว่าเป็นเหมือนกันมั้ย อริสกินกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่รู้สึกขมค่ะ เหมือนกินน้ำอุ่น แต่ถ้าใครไม่กินกาแฟ เมื่อตอนเย็นลองกินโค้กดูก็ไม่หวานค่ะ เหมือนกินน้ำโซดา คือรับรู้ถึงความซ่าแต่ไม่มีรสชาตินั่นเองนะ”

** การไม่รู้รสอาหาร คงเหมือนกับเวลาเป็นไข้แล้วลิ้นขม กินอะไรไม่รู้รส .. ที่ประเทศไทย ณ เวลานี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 67 ราย ทั่วประเทศ คิดเป็นจำนวนเศษเสี้ยวไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งหมด 69 ล้านคน และเป็นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ * อัตราผู้รอดชีวิตจากโควิด เมื่อเทียบกับช่วงอายุ • 99.997% 0-19 ปี • 99.98% for 20-49 ปี • 99.5% for 50-69 ปี • 94.6% for 70+ ปี *จาก cambridge.org หัวข้อ Health Lessons Learned From Biases in Coronavirus Mortality Overestimation” ซึ่งยังปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของ National Institute of Health (NIH) ของอเมริกา .. ตระหนักแต่อย่าตื่นตระหนก ในเมื่อโควิดเหมือนไข้หวัดชนิดหนึ่ง ทำไมต้องทำให้เศรษฐกิจและชีวิตพัง ราวกับมีสงครามโลก .. อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล 9 มกราคม 2021

9 views