มุมที่ไม่มีใครกล้าพูด


.. การทำตาม ๆ กัน ไม่ได้หมายความว่าวิธีการนั้นจะถูกเสมอไป

เราเข้าใจท่านนายก เคารพและนับถือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทุ่มเทเรื่องโควิด แต่เรากำลังเห็นว่า ประชาชนกำลังถูกครอบด้วยความกลัวกับตัวเลขเกินความรุนแรงของโรคเอง ทั้งๆที่โรคนี้รักษาหายได้ถึง 99% ..

เรามีอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 5 วัน เสียชีวิตไป 316 ราย อัตราการเสียชีวิตครึ่งปีจากโรคซึมเศร้าและเศรษฐกิจและอื่น ๆ 4,419 รายต่อปี แต่กับโควิดมีผู้เสียชีวิตเพียง 64 ราย คิดเป็น 0.0000009% ต่อจำนวนประชากร 70 ล้าน เรากลับยอมให้ประเทศย่อยยับ ประชาชนต้องขมขื่นกับสภาพหนี้สินล้นพ้นตัว กิจการต้องปิด คนตกงาน การท่องเที่ยวล้ม และยังไม่มีวี่แววว่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้เมื่อไหร่ .. ขณะที่มีการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อทุกวัน แต่รัฐรายงานหรือไม่ว่า ความรุนแรงนั้นลดลง เพราะไม่ได้มีคนตายเพิ่มอย่างน่าตระหนก อีกทั้งยังมีอัตราการรักษาหายได้ในระยะเวลาที่สั้นลงคือ 4 วัน ที่สมุทรสาครรักษาผู้ป่วยให้หายได้คราเดียวจำนวนมากถึง 729 ราย ส่วนคนที่ป่วยแล้วตายคือผู้มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว

ที่เราเห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจำนวนมาก เพราะปูพรมตรวจ แต่จริง ๆ เราอาจจะอยู่กับโรคนี้ได้มาระยะหนึ่งแล้ว อาจมีติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ ทำให้อยู่ได้ตามปกติ แสดงว่ามนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ .. โควิด ไม่ได้ทำให้ชีวิตล้มเป็นโดมิโน แต่วิธีการรับมือแบบไม่สมเหตุผลต่างหากที่ทำให้ล้ม เราควรอยู่กับมันตามความเป็นจริง ใครป่วยมีอาการ ก็เข้าไปรับการรักษา ด้วยวิธีนี้จะทำให้ระบบสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป การให้คนที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษา จะทำให้สาธารณสุขล้ม ใครกลัวมาก ก็กักตัวเอง ใครไม่กลัวก็ใช้ชีวิตต่อไป ประชาชนก็ให้ความร่วมมือ ในการใส่หน้ากาก ล้างมือ ตามกฎสาธารณสุข อาจมีการปิดสถานที่เสี่ยงบางแห่ง มีความเข้มงวดกับสถานบ้านพักคนชรา สถานรับเลี้ยงเด็ก ที่ติดเชื้อได้ง่าย

อย่าให้ความสำคัญกับตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อจนหลอน ทั้ง ๆ ที่อาจติดแล้วไม่มีอาการ เราไม่สามารถอยู่กับเชื้อโรคที่ไม่มีทางหมดไปได้ด้วยวิธีการปฏิบัติเช่นนี้ เพราะหมายความว่าเราจะต้องสูญเสียวิถีชีวิตที่มี จะต้องเสี่ยงกับสถานะการเงินของประเทศล่มสลาย หากมีการกู้เงินเกินตัว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกที่ทำรายได้ให้ประเทศ 3.08 ล้านล้านบาทพินาศ เพราะโรคที่มีคนตายเพียง 64 คน ..

การที่หลายประเทศล็อกดาวน์ เพราะเขายังไม่รู้ความรุนแรงของโรค และระบบสาธารณสุขของเขาอ่อนแอ แต่เมื่อรู้แล้วก็ต้องปรับตัวให้อยู่กับมัน ในประเทศทางยุโรป แม้จะพบว่ามีการติดเชื้อ แต่ก็ยังเปิดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวและเข้าประเทศได้ เช่น เยอรมนี มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ถึง 5 ล้านคนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่มัลดีฟส์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว เขารักษาเส้นเลือดของเขา ไม่ได้กลัวจนไร้เหตุผล

ที่เนปาล มีผู้ติดเชื้อหลักแสน เสียชีวิตไม่ถึง 500 คน ใครอาการไม่หนักให้รักษาตัวที่บ้าน เน้นการกินพืช ผักสมุนไพร เมื่อโรคนี้ระบาดคนเนปาลต้มน้ำสมุนไพรฤทธิ์ร้อนดื่ม ทำให้ภูมิคุ้มกันเข้มแข็งขึ้น แม้ติดเชื้อก็อาการไม่หนัก

ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าการติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ แต่นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้ปูพรมตรวจ และเมื่อไม่ได้ตรวจในวงกว้างแต่เราอยู่ได้เป็นปกติ ก็แสดงว่าเราอยู่กับมันได้ เรามีภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว แต่พอปูพรมตรวจ พบเชื้อขึ้นมาก็สร้างความตระหนก ทั้ง ๆ ที่คนที่ติดส่วนใหญ่ไม่มีอาการ .. สาธารณสุขกำลังวางนโยบายให้สวนทางกับความเป็นจริง ที่ทำร้ายวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของชาติอย่างมาก

ขอให้รัฐบาล ท่านนายก ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะทำงานที่มีอำนาจมากอยู่ในมือ พิจารณาวิธีการจัดการแก่เรื่องนี้อย่างสมเหตุผล ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนในมุมบวก อย่าให้หลอนอยู่กับโรค จนทำลายสังคม เศรษฐกิจและชีวิตป่นปี้แบบนี้ .. ประเทศเรา เราก็รัก ก็ห่วง เราไม่ได้เขียนเพื่อดิสเครดิตการทำงานของรัฐและสาธารณสุข แต่เราเขียนเพราะเห็นว่า "มันผิดปกติ ไม่สมเหตุผล" และทำร้ายประชาชนและเศรษฐกิจของชาติอย่างใหญ่หลวง ในแบบที่ไม่มีวี่แววว่าจบลงได้ หากประชาชนยังจมอยู่กับความกลัวอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ มีเงื่อนงำบางอย่างเกี่ยวกับการรับมือโควิดหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตั้งคำถาม .. เมื่อใดที่ถูกครอบด้วยความกลัว ปัญญาจะหายไป เราต้องจุดแสงแห่งปัญญา เพื่อผ่านวิกฤตของชาตินี้ไปด้วยกัน .. โปรดติดตามข้อมูลที่จะเผยต่อไป .. อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล 4 มกราคม​ 2021

Copyright @ 2005 - 2016

School of Life Foundation

Tel: 02-634-7461-3